รางวัลชนะเลิศ ระดับมหาวิทยาลัยและบุคคลทั่วไป การประกวดสุนทรพจน์ภาษาญี่ปุ่น ครั้งที่ 45/2561

0
462

โดย นายกังวาน

สวัสดีครับ เพื่อสมาชิก Anone club และผู้สนใจภาษาญี่ปุ่นทุกท่าน วันนี้เราก็กลับมาพบกับท่านตามคำเรียกร้องอีกเช่นเคย เป็นประจำทุกปี ปีนี้เป็นครั้งที่ 45 แล้วนะครับ  ในครั้งนี้เราจะพาทุกท่านมาพบคนเก่งของเรา  เป็นคนเก่งระดับมหาวิทยาลัยและบุคคลทั่วไปของปีนี้

น้องคนเก่งของเราเป็นหนุ่มเมืองแดนดินถิ่นไดโนเสาร์ครับ  เพื่อนเดาได้ไหมว่าน้องมาจากจังหวัดอะไร  ถ้าเดาไม่ออก ไม่เป็นไรครับ เราไปพบกับเขากันเลยผ่านบทสัมภาษณ์สั้นๆ จะทำให้เรารู้จักน้องคนเก่งกันมากขึ้น ก่อนที่จะได้อ่านบทสุนทรพจน์ที่น้องนำเข้าประกวดในลำดับต่อไปนะครับ แล้วเราจะรู้ว่า  ไม่ว่าฉันจะอยู่ข้างในผม หรือผมอยู่ข้างนอกฉัน  ถ้าทุกคนมีความมุ่งมั่นเชื่อว่าทุกท่านจะประสบความสำเร็จได้แน่นอนครับ  งงใช่ไหมครับ อย่าเพิ่งงง เราตามมาทำความรู้จักกับคนเก่งของเราพร้อมกันเลยดีกว่านะ พร้อมแล้ว ไปกันเลย

นายกังวาน : おはようございます! สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ แนะนำตัวด้วยครับ
น้องบิว      : สวัสดีครับชื่อนายศิวพล จะสูงเนิน ชื่อเล่น บิวครับ อายุ 21 ปี เป็นคนจังหวัดกาฬสินธุ์  LineID: bewty5010  facebook: Siwapol Jasungnaen IG: Siwapol Jasungnaen
นายกังวาน : จัดเต็มทุกช่องทางการโซเชียลครับ  น้องบิวศึกษาอยู่ที่ไหนครับ

น้องบิว      : ตอนนี้นะครับ กำลังเรียนอยู่ชั้นปี 4 สาขาภาษาญี่ปุ่น คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์                                 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

นายกังวาน : เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นหรือสนใจภาษาญี่ปุ่นเมื่อไหร่ครับ
น้องบิว      :  ก่อนอื่นบิวต้องบอกก่อนว่าตอนมัธยมปลายบิวเรียนสายวิทย์-คณิตนะครับ พอดีว่าตอนนั้นทาง    โรงเรียน ให้นักเรียนทุกคนลงเรียนภาษาที่สองเพิ่มเติม มีจีน ญี่ปุ่น เกาหลี  พูดแล้ว ก็รู้สึกอาย ตอนนั้นเทรนด์เกาหลีกำลังมาแรง บิวก็ไปต่อแถวรอลงเรียนภาษาเกาหลีแต่ก่อนจะถึงบิว ประมาณ 3 คน  ภาษาเกาหลีก็เต็มก่อน บิวเลยต้องมาเรียนภาษาญี่ปุ่นแต่ตอนนั้นบิวก็ชอบดูการ์ตูนญี่ปุ่นมาก พอได้  เรียนแล้วก็รู้สึกชอบอะไรที่เป็นญี่ปุ่น เพลง หนัง ที่ชอบที่สุดคือวัฒนธรรมของญี่ปุ่นและเริ่มเรียนรู้ด้วย  ตัวเองมากขึ้น เริ่มรู้สึกสนุกกับการ เรียนภาษาญี่ปุ่นแล้วบิวได้ยินมาว่าทำงานด้านภาษาญี่ปุ่นเงินเดือน   สูงมากพอเข้ามหาวิทยาลัยบิวเลยตัดสินใจเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่น
นายกังวาน : โชคดีนะครับที่ภาษาเกาหลีเต็มซะก่อน ไม่งั้นเราคงไม่ได้มีโอกาสมาเจอกันนะครับ อาจจะเจอ โอตะคุแทนก็เป็นได้ ว่าแต่หลังจากเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นแล้ว เป็นอย่างไรบ้างครับและมีวิธีการเรียนอย่างไร
น้องบิว      : พอเริ่มเรียนในระดับมหาวิทยาลัยบิวรู้สึกว่ามันยากมาก ท้อมาก ไม่เหมือนกับที่เคยเรียนมาในระดับมัธยมเลย จนเคยคิดอยากจะชิ่งไปเรียนอย่างอื่น แต่บิวก็คิดเสมอว่าถ้าคนเรามีความพยายามทำอะไรก็
จะสำเร็จ บิวจึงเริ่มปรับปรุงตัวเองมากขึ้น เริ่มจากการตื่นเช้าแล้วลุกมาอ่านหนังสือวันที่ไม่มีเรียน เวลา
ไปไหนก็จะมีหนังสือเล่มเล็กๆ ติดตัวอยู่เสมอเอาไว้อ่าน และถ้ามีเวลาว่างก็จะพยายามไปห้องสมุดเพื่อ
ยืมหนังสือมาอ่านบ่อยๆ  หลายคนอาจสงสัยว่าอ่านหนังสือมากไปไม่เครียดหรือ บางครั้งก็เครียดนะ                  ครับ แต่บิวก็มีวิธีในการคลายเครียด ก็อาจจะเหมือนหลายๆ คน บิวก็จะไปดูหนัง ไปช้อปปิ้งกับเพื่อน                หรือบาง ครั้งก็ฟังเพลงอยู่ในห้องแล้วก็หลับไป เค้าบอกว่าการนอนคือการคลายเครียดได้ดีที่สุด ถึงจะ              บอกว่า ภาษาญี่ปุ่นยากแต่บิวก็สามารถทนเรียนมาได้จนถึงทุกวันนี้
นายกังวาน :  日本語は難しいですがおもしろいです。ภาษาญี่ปุ่นยากแต่น่าสนใจนะครับ ถ้าเราตั้งใจ มันก็ไม่ น่าจะยากเกินความพยายามของเราไหม ว่าแต่ว่า น้องบิวชอบหรือ สนใจอะไรเป็นพิเศษไหมครับ
น้องบิว     :    ที่บิวตัดสินใจเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างที่บิวได้บอกไปอาจเป็นเพราะความชอบด้วย แต่ที่  สำคัญที่สุดบิวชอบในการใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่น คือเขาให้เกียรติกันอย่างมากและเขาก็มี ความตรงต่อเวลา มีระเบียบวินัยมาก อย่างเช่นที่บิวรู้และได้ยินมาบ้างคนญี่ปุ่นไม่ว่าจะซื้อ ของหรือรอขึ้นรถต้องต่อแถวทุกครั้ง ซึ่งเป็นอะไรที่บิวประทับใจมากอยากให้สังคมบ้านเรา   เป็นแบบนั้นบ้าง และบิวก็ชอบวัฒนธรรมของญี่ปุ่นมากอย่างที่บอกไป ชอบงานเทศกาล ต่างๆ และสถานที่ท่องเที่ยวต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองให้ได้เลยครับ
นายกังวาน :  ฝันเป็นจริงแล้วนะครับ คงได้ไปทัศนศึกษาญี่ปุ่นแน่นอน และจะได้ไปสัมผัสกับวัฒนธรรม
วิถีชีวิต ความมีระเบียบวินัย การเคารพกฎระเบียบ การคิดถึงส่วนรวม การให้เกียรติผู้อื่นและอื่นๆ ที่เป็น
สิ่งดีต่อสังคมประเทศญี่ปุ่น ว่าแต่ว่าน้องบิวมีคำแนะนำในการเรียนภาษาญี่ปุ่นไหมครับ
น้องบิว      ในการเรียนภาษาญี่ปุ่นขึ้นอยู่กับตัวเราเองครับ คือเราต้องมีความขยันและมีความอดทนอย่างมาก การเรียนภาษาสิ่งที่ต้องทำทุกวันคือการท่องคำศัพท์ ต่อมาคือไวยากรณ์ครับซึ่งไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นเยอะ
มากและก็ยากมากครับ ต้องทบทวนทุกวันเพื่อจะได้ไม่ลืม ถ้าเราฟังบ่อยๆ เราก็จะคุ้นเคยและรู้จักคำ
ศัพท์มากขึ้นด้วยครับ ถ้าเราเรียนภาษาญี่ปุ่นยังไงก็ต้องได้ใช้อยู่แล้ว เช่นตอนนี้บิวก็ใช้ในชั่วโมงเรียน                    ใช้คุยกับอาจารย์กับเพื่อนคนญี่ปุ่นครับ เพื่อนคนไหนที่กล้าๆ กลัวๆ ไม่กล้าสมัครเข้ามาแข่ง ไม่ต้องกลัว
นะครับ อย่างน้อย เมื่อโอกาสมาถึงเราต้องรีบคว้าเอาไว้  ต้องลองสักครั้งถือว่าเป็นประสบการณ์สักครั้ง
ใน ชีวิต  ตอนที่บิวมาแข่งก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้รางวัล แค่ต้องการมาหาประสบการณ์  ในเมื่อเรียน
ภาษาญี่ปุ่นแล้วก็ต้องกล้าที่จะใช้ภาษาญี่ปุ่น  เพื่อนคนไหนมีข้อสงสัยก็ทักมาถาม ทักมาพูดคุยกันได้
หรืออยากให้ช่วยเหลืออะไรเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นก็ทักมาคุยกับบิวได้เลย ยินดีให้คำแนะนำและเต็มใจที่
จะช่วยเหลือเท่าที่บิวจะช่วยได้ครับ
นายกังวาน :   ความขยันและมีความอดทนเป็นสิ่งที่น้องบิวมี จึงทำให้ประสบความสำเร็จในวันนี้ และยังมี        น้ำใจช่วยเหลือเพื่อนๆ ด้วยนะครับ สุดยอดเลย มาถึงเรื่องประกวดในครั้งนี้ ทราบข่าวจากไหน
ใครแนะนำให้เข้าประกวด และมีการเตรียมเข้าประกวดตัวอย่างไรบ้างครับ
น้องบิว      :   ในการประกวดครั้งนี้ ทราบข่าวจากทางเว็บเพจของสมาคมฯ ครับ  อาจารย์ที่ มหาวิทยาลัย  และครอบครัวก็คอยสนับสนุนอยากให้ลองสมัครดูครับ  ท่านอาจารย์บอกว่าเป็นการหา ประสบการณ์อย่าไปเครียดว่าจะชนะหรือแพ้ แค่เราตั้งใจทำให้เต็มที่ก็พอ  สำหรับใครที่  เรียนภาษาญี่ปุ่นไม่ต้องกลัว ถือว่าที่นี่เป็นเวทีที่ให้โอกาสได้แสดงความสามารถด้าน  ภาษาญี่ปุ่นของเรา ขอแค่เรามีความกล้า ความตั้งใจและพยายามทำอย่างเต็มที่ เราก็จะ ประสบความสำเร็จได้ครับ  ใครที่อยากรู้เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นหรืออยากรู้เกี่ยวกับการประกวดสุนทรพจน์ก็สามารถพูดคุยกับบิวได้นะครับ ถึงบิวจะไม่เก่งแต่ก็จะช่วยอย่างเต็มที่ แน่นอน  LineID: bewty5010  facebook: Siwapol jasungnaen  แอดมาคุยกันได้นะครับ
นายกังวาน :   สุดท้ายนี้ในนามทีมงาน ขอขอบคุณน้องบิวที่เสียสละเวลามาให้สัมภาษณ์และให้คำแนะนำ      ที่มีประโยชน์แก่เพื่อนๆ นะครับ  ถัดไปเราไปลองอ่านบทสุนทรพจน์ของน้องบิวพร้อมกัน                                 ครับ  แล้วจะทราบว่า ฉันข้างในผม 僕の中私 คืออะไร และน้องบิวต้องการจะสื่อถึงอะไร                                 อย่างไร พร้อมแล้วเชิญติดตามได้เลยครับ ขอบคุณครับ แล้วพบกับน้องคนเก่งคนต่อไปนะครับ

น้องบิว      :   ขอบคุณครับ และยินดีครับ

……………………………………………………………………………………………….

僕の中私(ぼくのなかのわたし)

シワポン・ジャスヌーン

みなさん、いきなりですが、ちょっと質問(しつもん)をしてもいいですか。みなさんは、自分(じぶん)に生(う)まれてよかったと思(おも)いますか。自分(じぶん)のことが好(す)きですか。

こどもの頃(ころ)、僕(ぼく)は家族(かぞく)といっしょに住(す)んでいました。僕(ぼく)の家族(かぞく)は女性(じょせい)が多(おお)くて、友達(ともだち)も大体(だいたい)女(おんな)の子(こ)でした。だから、いつも女(おんな)の子(こ)とバービー人形(にんぎょう)で遊(あそ)んでいました。男(おとこ)の子(こ)が好(す)きなサッカーやたたかいごっこなどの遊(あそ)びはきらいでした。「女(おんな)と遊ぶな」と父(ちち)は僕(ぼく)をよく叱(しか)りました。

中学生(ちゅうがくせい)になると、そんな僕(ぼく)をみんながきびしい目(め)で見(み)るようになりました。男(おとこ)の友達(ともだち)は僕(ぼく)をいじめました。僕(ぼく)はすごくかなしくて、「学校(がっこう)をやめたい」と思(おも)いました。そんな時(とき)、僕(ぼく)はある男(おとこ)の人(ひと)のことを好(す)きになりました。彼(かれ)は、3年生(さんねんせい)でした。イケメンで、とてもやさしそうでした。その先輩(せんぱい)はいつも僕(ぼく)の話(はなし)を聞(き)いてくれたり、勉強(べんきょう)を教(おし)えてくれたりしました。

「好(す)き」と言(い)いたかったです。でも、先輩(せんぱい)に会(あ)ったら、恥(は)ずかしくて言(い)えませんでした。その後(ご)、先輩(せんぱい)に僕(ぼく)の気(き)持(も)ちが知(し)られてしまいました。「ただの後輩(こうはい)だと思(おも)っているよ」と先輩(せんぱい)は言(い)いました。その言葉(ことば)を聞(き)いて涙(なみだ)が出(で)ました。「男(おとこ)の子(こ)が男(おとこ)の子(こ)を好(す)きになったらダメなの?」と思(おも)いました。

高校3年生(こうこうさんねんせい)になると、僕(ぼく)はアルバイトをしようと思(おも)いました。授業料(じゅぎょうりょう)やお小遣(こづか)いを稼(かせ)ぎたかったからです。アイスクリームを売(う)る店(みせ)や、ピザを売(う)る店(みせ)で働(はたら)こうと思(おも)いました。お客(きゃく)さんの世話(せわ)をする仕事(しごと)が好(す)きだったからです。でも、面接(めんせつ)に行(い)ったら、断(ことわ)られました。「男(おとこ)を募集(ぼしゅう)しているんだよ」と店長(てんちょう)は僕(ぼく)を見(み)て言(い)いました。

だから、他(ほか)のところに応募(おうぼ)してみました。やっと、仕事(しごと)が見(み)つかりました。デパートの店員(てんいん)です。学校(がっこう)が休(やす)みの3か月間(さんかげつかん)働(はたら)きました。月給(げっきゅう)は6,000バーツでした。安(やす)かったけど、働(はたら)くチャンスがもらえました。

高校(こうこう)を卒業(そつぎょう)して、僕(ぼく)は大学(だいがく)に進学(しんがく)しました。日本語(にほんご)の専攻(せんこう)です。高校生(こうこうせい)の時(とき)、「ドラえもん」を見(み)て内容(ないよう)がわかるようになりたいと思(おも)ったからです。そして、アルバイトも同(おな)じデパートで続(つづ)けています。

「休(やす)みになったら、また働(はたら)きにきてくれよ」と上司(じょうし)は言(い)ってくれます。うれしいです。形(かたち)だけで、人(ひと)を見(み)るのでなくて、僕(ぼく)の良(よ)さをわかってくれます。僕(ぼく)が一生懸命(いっしょうけんめい)働(はたら)くこと、仕事(しごと)に対(たい)する責任感(せきにんかん)が強(つよ)いことをわかってくれます。今(いま)では、月給(げっきゅう)は10,000バーツになりました。

今(いま)、僕(ぼく)は大学(だいがく)の4年生(よねんせい)になりました。大学(だいがく)を卒業(そつぎょう)したら、学校(がっこう)の先生(せんせい)になって、日本語(にほんご)を教(おし)えようと思(おも)っています。両親(りょうしん)も僕(ぼく)に先生(せんせい)になってほしいと思(おも)っています。名誉(めいよ)ある仕事(しごと)だし、安定(あんてい)しているからです。先生(せんせい)になったら、どんなこどもも公平(こうへい)に扱(あつか)いたいです。僕(ぼく)が感(かん)じた悲(かな)しさを味(あじ)わってほしくないです。

みなさんは、オカマがきらいですか。普通(ふつう)の女性(じょせい)より化粧(けしょう)が濃(こ)かったり、はでな服(ふく)を着(き)ていたり、しぐさが変(へん)に女(おんな)っぽいから、好(す)きじゃないかもしれませんね。

僕(ぼく)の中(なか)にはいつも「私(わたし)」がいます。その「私(わたし)」のせいで、今(いま)までつらい思(おも)いをしました。そして、これからもその「私(わたし)」といっしょに生(い)きていくしかありません。みなさん、僕(ぼく)のいいところを見(み)てくれませんか。人(ひと)はみんな同(おな)じではありません。だから、広(ひろ)くてやさしい気(き)持(も)ちで人(ひと)を見(み)ることが大切(たいせつ)だと思(おも)います。人(ひと)と違(ちが)うところがある人(ひと)が、自分(じぶん)に生(う)まれてよかったと言(い)えるような社会(しゃかい)になればいいなと思(おも)います。

 

ฉันข้างในผม

ศิวพล จะสูงเนิน

ทุกคนครับ จู่ๆผมถามคำถามแบบนี้จะเป็นไรไหมครับ ทุกคนคิดว่าการเกิดเป็นตัวเองดีไหมครับ ชอบตัวเองไหมครับ

ตอนเด็กผมอาศัยอยู่ด้วยกันกับครอบครัว ครอบครัวของผมส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเพื่อนส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิง ดังนั้น เลยเล่นตุ๊กตาบาร์บี้กับเพื่อนผู้หญิงอยู่เสมอ ไม่ชอบเล่นฟุตบอล เกมการต่อสู้ที่เด็กผู้ชายชอบ พ่อดุผมว่า “ห้ามเล่นกับผู้หญิง”

ตอนมัธยมต้นผมถูกทุกคนมองด้วยสายตารังเกียจ ถูกเพื่อนผู้ชายรังแก  ผมรู้สึกเสียใจมาก คิด “อยากลาออกจากโรงเรียน” ตอนนั้นผมแอบชอบผู้ชายคนหนึ่ง เขาอยู่ปี่สาม หล่อ ใจดีมาก รุ่นพี่คนนั้นคอยรับฟังผมเสมอและก็สอนหนังสือให้ด้วย

อยากบอกว่า “ชอบ” แต่พอเจอหน้ารุ่นพี่ก็จะรู้สึกเขินอายไม่กล้าบอก  หลังจากนั้นรุ่นพี่ก็รู้ถึงความรู้สึกของผมรุ่นพี่บอกว่า “คิดกับผมเป็นแค่รุ่นน้อง” พอได้ยินคำพูดนั้นผมก็ร้องไห้ออกมา คิดสงสัยว่า “ผู้ชายกับผู้ชายชอบกันไม่ได้หรือ”

ตอน ม. 6 ผมคิดอยากจะทำงานพิเศษ เพราะอยากได้ค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เลยคิดจะทำงานร้านพิชซ่าและก็ร้านไอศกรีม เพราะว่าชอบงานบริการลูกค้า แต่ถูกปฏิเสธ เจ้าของร้านบอกว่า “อยากได้ที่เป็นผู้ชายจริงๆ”

ดังนั้นเลยลองหางานใหม่อีกครั้ง ได้ทำงาน เป็นพนักงานห้าง ทำงานช่วงโรงเรียนปิดเทอม 3 เดือน เงินเดือน 6 พันบาท ถึงจะน้อยแต่ก็ได้รับโอกาสในการทำงาน

พอเรียนจบมัธยมปลาย ผมก็เข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย สาขาภาษาญี่ปุ่น เพราะตอนมัธยมปลายดูโดราเอม่อน คิดว่าอยากจะเข้าใจเนื้อหาและก็ใช้ในการทำงานพิเศษที่ห้างต่อไปด้วย

หัวหน้าบอกว่า “ถ้าปิดเทอมก็ให้กับมาทำงานอีกครั้ง” รู้สึกดีใจ ที่ไม่ได้มองคนเพียงแค่รูปร่างหน้าตา มองเห็นความดีของผม ผมเป็นคนที่ขยันทำงานและมีความรับผิดชอบต่องานสูง ในตอนนี้เงินเดือน 1 หมื่นบาท

ตอนนี้ผมอยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 4  ถ้าเรียนจบมหาวิทยาลัย คิดว่าอยากเป็นครูสอนภาษาญี่ปุ่น  พ่อแม่ก็อยากให้เป็นครูด้วย เพราะเป็นงานที่มีเกียรติและมีความมั่งคง  ถ้าเป็นครู ไม่ว่าเด็กแบบไหน ก็จะให้ความยุติธรรม ผมไม่อยากให้รู้สึกเสียใจเหมือนกับผม

ทุกคนเกลียดกระเทยไหม เพราะแต่งหน้าจัดกว่าผู้หญิงทั่วไป ใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาด บุคลิกท่าทางมากกว่าผู้หญิง อาจจะไม่ชอบใช่ไหม

ข้างในผมก็ยังมี “ฉัน” อยู่เสมอ เพราะว่ามี “ฉัน” เลยทำให้ลำบาก และหลังจากนี้ก็ไม่มีทางอื่นนอกจากยอมรับใน “ฉัน”  ทุกคนช่วยมองที่ข้อดีของผมได้ไหม  คนทุกคนมีความแตกต่างกัน ดังนั้น คิดว่ามองคนด้วยความใจที่กว้างและเอื้ออาทรเป็นสิ่งสำคัญ  คิดว่าอยากได้สังคมที่ดีที่คนทุกคนที่มีความแตกต่าง  รู้สึกดีที่ได้เกิดมาเป็นตัวเอง

 

……………………………………………………………………………………………………

Bottom as

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here