การใช้ 「は/が」wa / ga

0
5804

「は/が」wa / ga

สวัสดีครับ พบกันเช่นเคยครับ สำหรับเรื่องที่เราจะพูดกันในวันนี้นั้นมีหลายวิธีใช้ด้วยกัน บางวิธีก็มองจากมุมมองของภาษาไทยได้ แต่บางวิธีก็ไม่ได้ หัวข้อ 「は / が (wa / ga)」 นี่จัดว่าเป็นหัวข้อปราบเซียน เพราะใช้ยาก และอธิบายยาก ในครั้งนี้วีคุงจึงทำได้เพียงอธิบายเคล็ดวิชาคร่าว ๆ เท่านั้นนะครับ โดยจะอิงหลายส่วนจากตำรา 『実力アップ!日本語能力試験1・2級対策: 文法・語彙編』ของ松本節子・星野恵子 มาสรุปให้ฟังครับ

ก่อนอื่นเลยสิ่งที่ต้องทำให้กระจ่างคือ คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่า 「は (wa)」ใช้บอกประธาน แต่จริง ๆ แล้วใช้แสดงการเป็นหัวเรื่อง (topic) ครับ ส่วนคำที่ใช้บอกประธานคือ 「が (ga)」ต่างหากครับ จะแสดงให้เข้าใจง่ายด้วยตัวอย่างประโยคภาษาไทยล้วน ๆ ก่อนดีกว่า (ตามคอนเซ็ปต์ของคอลัมน์ครับ อะแฮ่ม)

1) ฉันกินก๋วยเตี๋ยว

2) ก๋วยเตี๋ยวน่ะ ฉันกิน

ความแตกต่างของสองประโยคนี้คืออะไรครับ ประธานคือ “ฉัน” กริยาคือ “กิน” ส่วนกรรมคือ “ก๋วยเตี๋ยว” เหมือนกันทั้งสองประโยค จุดที่ต่างคือการนำ “ก๋วยเตี๋ยว” ขึ้นมาเป็นหัวเรื่องครับ ภาษาไทยมีการแสดงความเป็นหัวเรื่องโดยการใช้ลำดับคำร่วมกับการใช้คำว่า “ล่ะ” หรือ “น่ะ” ฯลฯ (ไม่ตายตัว เพราะมีหลายคำ) ครับ ลองดูสองประโยคดังกล่าวในเวอร์ชั่นญี่ปุ่นนะครับ (ขออนุญาตแปลคำว่า “ก๋วยเตี๋ยว” เป็น ラーメン (Ra̅men) ก็แล้วกัน)

1) 私がラーメンを食べる。(Watashi ga Ra̅men wo taberu.)

2) ラーメンは私が食べる。(R̅amen wa watashi ga taberu.)

ภาษาญี่ปุ่นมีการแสดงการเป็นหัวเรื่องโดยใช้ลำดับคำก่อนหลังร่วมกับการเปลี่ยนคำช่วยเป็น は (wa) ครับ
เมื่อเข้าใจพื้นฐานแล้วก็เริ่มแจกแจงวิธีใช้「は / が (wa / ga)」กันเลยครับ!

 

①「は (wa)」ใช้เพื่อเปรียบเทียบ จะไม่ใช้ 「が (ga)」

เนื่องจาก 「は (wa)」 ใช้เพื่อแสดงการเป็นหัวเรื่อง เวลาเกิดการเปรียบเทียบจึงนิยมใช้เช่นกัน

「A น่ะ…, ส่วน B น่ะ…」 หรือ 「A น่ะ…, แต่ B น่ะ…」

1) 男は外で働き、女は家を守るという考えはもう古い。

(Otoko wa soto de hataraki, onna wa ie wo mamoru to iu kangae wa mo̅ furui.)

เจ้าความคิดที่ว่าผู้ชายน่ะต้องทำงานข้างนอก ส่วนผู้หญิงน่ะต้องทำงานในบ้าน น่ะมันล้าสมัยแล้ว

2) 日本では女性の社長はまだ少ないが、アメリカではそれほどめずらしくないようだ。

(Nihon dewa jose̅ no shacho̅ wa mada sukunai ga, Amerika dewa sore hodo mezurashi-kunai yo̅ da.)

ที่ญี่ปุ่นน่ะยังมีประธานบริษัทที่เป็นผู้หญิงอยู่น้อย แต่ที่อเมริกาน่ะไม่ใช่เรื่องแปลกอย่างนั้น

 

②「は (wa)」ใช้เน้น topic จะขออธิบายคู่กับ 「が (ga)」

「は (wa)」สิ่งที่เราอยากรู้หรืออยากให้คนฟังรู้ (ใจความสำคัญ) จะไปอยู่ “ข้างหลัง” 「は (wa)」ในภาษาไทยบางครั้งจะใช้ “น่ะ” หรือ “ล่ะ” มาแสดงการเป็นหัวเรื่อง

Ex. あの人はだれですか。(Ano hito wa dare desu ka.) คนโน้นน่ะใคร

あの人は田中さんです。(Ano hito wa Tanaka-san desu.) คนโน้นคือคุณทะนะกะ

จากตัวอย่าง สิ่งที่เราอยากรู้หรืออยากให้คนฟังรู้คือ “คุณทะนะกะ” จึงใช้ 「は (wa)」 และวาง “คุณทะนะกะ” ไว้หลัง 「は (wa)」

เพราะฉะนั้นเวลาแนะนำตัวจึงพูดว่า 私はウィーです。(Watashi wa Wi̅ desu.) เพราะสิ่งที่เราอยากรู้หรืออยากให้คนฟังรู้คือชื่อของเรา จึงไว้หลัง 「は (wa)」

 

「が (ga)」สิ่งที่เราอยากรู้หรืออยากให้คนฟังรู้ (ใจความสำคัญ) จะไปอยู่ “ข้างหน้า” 「が (ga)」ในภาษาไทยบางครั้งจะใช้ “…เอง” หรือ “…ไง”

Ex.  どの人が田中さんですか。(Dono hito ga Tanaka-san desu ka.) คนไหนคือคุณทะนะกะ

あの人が田中さんです。(Ano hito ga Tanaka-san desu.) คนโน้นไงคือคุณทะนะกะ

จากตัวอย่าง สิ่งที่เราอยากรู้หรืออยากให้คนฟังรู้คือ “คนโน้น” จึงใช้ 「が」 และวาง “คนโน้น” ไว้หน้า 「が」

เพราะฉะนั้น “หลัง interrogative (คำแสดงการถามเช่น who, what, where) จะต้องเป็น 「が」 เสมอ”

何が分からないのですか。(Nani ga wakaranai no desu ka.)

だれが行きますか。(Dare ga ikimasu ka.)

เพราะคำแสดงการถามเป็นในความสำคัญที่เราอยากรู้จึงไว้หน้า 「が」เสมอตามกฎข้างบน

 

③ขอบเขตที่「は (wa)」และ「が (ga)」ครอบคลุมในประโยค

「は (wa)」ครอบคลุมถึงกริยาท้ายประโยค
「が (ga)」ไม่ครอบคลุมถึงกริยาท้ายประโยค

 

Ex. 母は私がアメリカへ行く時、空港まで送ってくれた。

(Haha wa watashi ga Amerika e iku toki, ku̅ko̅ made okutte-kureta.)

แม่ส่งถึงสนามบิน ตอนที่ฉันไปอเมริกา

ตัวอย่างนี้แยกเป็นสองประโยคย่อย

1)母は送ってくれた。(Haha wa okutte-kureta) “แม่……….ส่ง” คำนามที่มี「は」ตามนั้นมีผลครอบคลุมถึงกริยาท้ายประโยค

2)私がアメリカへ行く。(Watashi ga Amerika e iku.) “ฉันไปอเมริกา” คำนามที่มี 「が」ตามนั้นมีผลแค่พื้นที่ใกล้ ๆ กัน ไม่มีผลครอบคลุมถึงท้ายประโยค ในภาษาไทยคือการ “แสดงประธานของประโยคย่อย” นั่นเอง

④ใช้「は (wa)」กับ「が (ga)」เป็นเซ็ต เพื่ออธิบายคำนาม (คล้ายกับวิธีใช้ข้อ ③ คือใช้แสดงประโยคใหญ่ และ ประโยคย่อย

1) これは私が書いた作文です。(Kore wa watashi ga kaita sakubun desu.)

นี่น่ะคือเรียงความที่ฉันเขียน

2) 戦争が終わった時、海は石油ですっかり汚染されていた。(Senso̅ ga owatta toki, umi wa sekiyu de sukkari osen-sareteita.)

ตอนที่สงครามสงบ ทะเลก็เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำมัน

3) この国が近代化を達成できたのは、国民の努力があったからだ。(Kono kuni ga kindaika wo tasse̅-dekita no wa, kokumin no doryoku ga atta kara da.)

ที่ประเทศนี้ปฏิรูปประเทศมาได้น่ะ ก็เพราะพลเมืองทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน

 

⑤เรื่องปกติทั่ว ๆ ไป เรื่องที่เป็นจริงชั่วนิรันดร์ เรื่องที่เป็นกิจวัตรประจำวัน หรือเป็นธรรมเนียม มักใช้ 「は (wa)」

1) 月は地球のまわりを回っている。(Tsuki wa chikyu̅ no mawari wo mawatte-iru.)

พระจันทร์น่ะหมุนรอบโลก

2) うちの課長は毎晩仕事が終わると飲みに行く。(Uchi no kacho̅ wa maiban shigoto ga owaru to nomi ni iku.)

หัวหน้าฝ่ายของฉันน่ะ พอเสร็จงานก็ไปดื่มทุกคืน

3) 北海道の冬は厳しい。(Hokkaido̅ no fuyu wa kibishi̅.)

ฤดูหนาวของฮอกไกโดน่ะทารุณ

 

⑥เวลาจะอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือ เรื่องที่เราได้เห็นเป็นครั้งแรก จะใช้ 「が (ga)」 แต่ถ้าอยากจะอธิบายถึงเหตุการณ์หรือเรื่องนั้น ๆ อีกครั้งจะกลับไปใช้ 「は (wa)」 ลักษณะนี้คล้ายกับ a, the ในภาษาอังกฤษ ที่ครั้งแรกที่พูดถึงสิ่งนั้นจะใช้ a พอพูดถึงครั้งต่อไปจะใช้ the

Ex. 1)飛行機がハイジャックされました。この飛行機はパリからニューヨークへ向かっていました。(Hiko̅ki ga Haijakku-saremashita. Kono hiko̅ki wa Pari kara Nyu̅yo̅ku e mukatte-imashita.)

เครื่องบินถูกไฮแจ็ค เครื่องบินลำนี้น่ะบินจากปารีสไปนิวยอร์ค

2)星がきれいだ。(Hoshi ga kire̅ da.)
ดาวสวย

⑦ใช้「が (ga)」กับประโยคที่อยู่หน้าเซ็ตคำต่อไปนี้ 「~前に、後で、うち、まで、間、と、ば、たら、なら」 (ถ้าเป็นกรณีปกติ ที่ไม่ได้เกิดการเปรียบเทียบ)

1) 社長が来たら、会議を始めよう。(Shacho̅ ga kitara, kaigi wo hajimeyo̅.)

ถ้าท่านประธานมาแล้ว ค่อยเริ่มประชุม

2) 社長はまだ来ない。社長が来ないうちに会議を始めるわけにはいかない。(Shacho̅ wa mada konai. Shacho̅ ga konai uchi ni kaigi wo hajimeru wake ni wa ikanai.)

ท่านประธานยังไม่มา คงจะเริ่มประชุมยังไม่ได้ตราบที่ท่านประธานยังไม่มา

 

⑧ประโยคสำเร็จรูปที่ต้องใช้「が (ga)」เสมอ หากไม่มีการเปรียบเทียบเกิดขึ้น

1) ~が好きだ・きらいだ・心配だ。

2) ~が上手だ・下手だ。

3) ~ができる・わかる。

4) ~が見える・聞こえる。

5) ~がほしい・~したい。

6) ~は~が Ex. 彼は足が長い。 北海道は冬が厳しい。

7) AよりBのほうが~、~ほうがいい。

 

อย่างไรก็ตาม 「は / が (wa / ga)」นี้มีวิธีใช้ละเอียดยิบย่อยอีกมากมาย ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์มากพอสมควร ที่วีคุงให้ไว้เป็นแนวคิดพื้นฐานที่จะนำไปใช้ต่อยอดได้มีประสิทธิภาพครับผม

แล้วพบกันใหม่ครับ ทุกท่าน

Bottom as

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here